เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เข้าร่วมพิธีเปิดและร่วมเสวนาในงานแถลงข่าวเปิดตัว “SKY Aviation Lab” ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ณ ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
การเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการกำกับฯ ที่มุ่งเน้นให้หน่วยงานกำกับดูแลดำเนินงานเชิงรุก (Regulator First) ในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบินของประเทศ โดย CAAT ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรด้านการบิน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของระบบการบินที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล พร้อมเน้นย้ำให้สถาบันการศึกษาผลิตบุคลากรที่มีความรู้และทักษะตรงตามมาตรฐานด้านการบินอย่างเคร่งครัด เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินของไทยในอนาคต ซึ่งการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการบิน “SKY Aviation Lab” นี้ ก็เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรด้านการบินของประเทศ โดยบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) สนับสนุนระบบและอุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอน การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม
ด้านการดำเนินงานและการจัดการท่าอากาศยาน เพื่อเสริมศักยภาพของภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ
ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “ศักยภาพและความพร้อมของอุตสาหกรรมการบินไทย สู่การเป็น Aviation Hub” โดยมี พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) และ ดร.นวทัศน์ ก้องสมุทร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง
โดย พลอากาศเอก มนัทฯ กล่าวถึงบทบาทของ CAAT ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค โดยย้ำว่า “การก้าวสู่การเป็น Aviation Hub สิ่งสำคัญที่สุดคือ มาตรฐานความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของระบบการบิน ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้สายการบิน ผู้โดยสาร และนักลงทุนจากทั่วโลกไว้วางใจประเทศไทย CAAT ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล จึงมุ่งพัฒนากฎระเบียบและระบบกำกับดูแลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ควบคู่กับการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินไทย”
นอกจากนี้ ผอ. CAAT ยังกล่าวว่า “การเป็น Aviation Hub นั้น ประเทศไทยได้เปรียบเรื่องภูมิรัฐศาสตร์อยู่ก่อนแล้ว และหากดูปริมาณผู้โดยสารและจำนวนเที่ยวบินจะพบว่า ประเทศไทยเราคือจุดหมายปลายทาง เพราะผู้โดยสาร 95% ที่เดินทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ คือ ต้องการมาเที่ยวประเทศไทย ดังนั้นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาได้ในอนาคตคือ ทำให้ประเทศไทยเป็นทั้ง Destination และ Aviation Hub ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งการพัฒนาสนามบินทั้งการปรับปรุงและขยายพื้นที่เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นก็เป็นประเด็นสำคัญ และ CAAT เห็นความจำเป็นในเรื่องนี้ จึงมีการเห็นชอบในหลักการให้ ทอท. ปรับขึ้นอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) เพื่อนำงบประมาณในส่วนนี้มาพัฒนาสนามบิน”
ในเรื่องความท้าทายของอุตสาหกรรมการบินในยุคเทคโนโลยีใหม่นี้ ผอ. CAAT ย้ำว่า ควรสร้างสมดุลระหว่างการสนับสนุนนวัตกรรมและการรักษามาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะการพัฒนากฎระเบียบให้ทันสมัย ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมการบินโลก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว ขณะเดียวกัน ปัจจัยเรื่องทรัพยากรบุคคลก็ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นศูนย์กลางการบิน โดยความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เช่น โครงการ SKY Aviation Lab นี้ จะช่วยเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ให้กับนักศึกษาและบุคลากรรุ่นใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในอนาคตด้วย
หลังจบการเสวนา ผอ. CAAT ยังได้ร่วมเดินชมห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab ที่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่จำลองขั้นตอนผู้โดยสาร (Passenger Journey Simulation Zone) ให้นิสิตระดับปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงในสนามบิน ด้วยระบบที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกขั้นตอน เช่น ระบบเช็กอินที่เชื่อมฐานข้อมูลผู้โดยสารกับสายการบิน และชั่งน้ำหนักกระเป๋า เพื่อบริหารจัดการผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือ Check-In and Boarding System (CUPPS) รวมถึงตู้เช็กอินอัตโนมัติสำหรับออกบัตรโดยสาร (Boarding Pass) ช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วให้ผู้โดยสารสามารถทำรายการได้ด้วยตนเอง หรือ Self Check-In Kiosk (CUSS) เป็นต้น
การร่วมงานครั้งนี้ ตอกย้ำว่า CAAT ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรด้านการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การจัดตั้ง “SKY Aviation Lab” ครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการศักยภาพระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรมการบินของประเทศให้เข้มแข็ง และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในอนาคต
























