สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) นำโดยนายขจรพัฒน์ มากลิ่น รองผู้อำนวยการสายงานกำกับมาตรฐานความปลอดภัยการบินพลเรือน เข้าร่วมการประชุม Cooperative Development of Operational Safety and Continuing Airworthiness Programme – Southeast Asia (COSCAP-SEA) Steering Committee Meeting ครั้งที่ 23 (SCM/23) ระหว่างวันที่ 22–23 เมษายน 2569 ณ เมืองบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อร่วมกำหนดทิศทาง แผนการดำเนินงาน และกรอบความร่วมมือด้านความปลอดภัยการบินพลเรือนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะต่อไป
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญของประเทศสมาชิกในการติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมครั้งก่อน พร้อมร่วมกำหนดแผนการดำเนินงานของโครงการ COSCAP-SEA สำหรับปี 2026–2027 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและความสมควรเดินอากาศของรัฐสมาชิก ให้สอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) อย่างต่อเนื่อง
ในโอกาสนี้ ผู้แทนจากสำนักนิรภัยและกำกับมาตรฐานการตรวจสอบ (SMO) ของ CAAT ยังได้นำเสนอเอกสารอภิปรายร่วมกับสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในหัวข้อ “Enhancing the Strategic Effectiveness, Responsiveness and Resources Utilization of COSCAP-SEA” เพื่อเสนอแนวทางพัฒนาโครงการ COSCAP-SEA ใน Phase VI ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประเทศสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งด้านการใช้ทรัพยากร การบริหารจัดการ และการสนับสนุนการปฏิบัติตามมาตรฐาน ICAO
นอกจากนี้ CAAT ยังได้นำเสนอหัวข้อ “Advancing Safety through the Continued Sharing and Use of Safety Data and Safety Information” ซึ่งมุ่งส่งเสริมการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้านความปลอดภัยจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย นอกเหนือจากรายงานด้านความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว และส่งเสริม Safety Intelligence เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลในรูปแบบเชิงรุก อันจะช่วยให้ประเทศสมาชิกสามารถประเมินความเสี่ยง คาดการณ์แนวโน้ม และกำหนดมาตรการป้องกันได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
การมีบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในการประชุมครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพของ CAAT ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลที่ไม่เพียงรักษามาตรฐานภายในประเทศ แต่ยังมีส่วนร่วมในการผลักดันแนวทางเชิงนโยบายระดับภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างระบบความปลอดภัยการบินพลเรือนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้มีความเข้มแข็ง สอดคล้อง และพร้อมรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต
CAAT ยังคงมุ่งเน้นบทบาท Regulate First ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ การขับเคลื่อนมาตรฐานสากล และการพัฒนาระบบกำกับดูแลเชิงรุก เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการกำกับดูแลการบินพลเรือนของภูมิภาคอย่างยั่งยืน












