cate banner caat

CAAT ร่วมประชุมความร่วมมือด้านการบินระหว่างสิงคโปร์และไทย ครั้งที่ 8 เสริมสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาการบินอย่างยั่งยืน

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เข้าร่วมการประชุมความร่วมมือว่าด้วยการบินระหว่างสิงคโปร์และไทย ครั้งที่ 8 (The 8th Singapore–Thailand Dialogue on Aviation Cooperation) ระหว่างวันที่ 23–24 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งสิงคโปร์ (Civil Aviation Authority of Singapore: CAAS) สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้กรอบบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation: MOC) ระหว่างสองประเทศ เพื่อส่งเสริมและสานต่อความร่วมมือด้านการบินระหว่างไทยและสิงคโปร์

          ในพิธีเปิดการประชุม พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และ Mr. Han Kok Juan ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสิงคโปร์ ได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบิน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการบินให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการบินของทั้งสองประเทศเข้าร่วมการประชุม ในโอกาสนี้ ผอ.กพท. ได้กล่าวถึงความร่วมมือด้านการบินแห่งอนาคต (Advanced Air Mobility: AAM) รวมถึงการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้าน AAM พร้อมเชิญชวนสิงคโปร์เข้าร่วมการประชุมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อร่วมกันสนับสนุนการพัฒนา AAM ในภูมิภาคให้มีความปลอดภัยและยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้แบ่งการหารือออกเป็น 5 คณะทำงานหลัก ได้แก่

  • คณะทำงานด้านความปลอดภัยการบิน (Aviation Safety Working Group)
  • คณะทำงานด้านการรักษาความปลอดภัยการบิน (Aviation Security Working Group)
  • คณะทำงานด้านการพัฒนาการขนส่งทางอากาศ (Air Transport Development Working Group)
  • คณะทำงานด้านการจัดการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Management Working Group)
  • คณะทำงานด้านระบบอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aircraft Systems Working Group)

ประเด็นสำคัญในการหารือครอบคลุมการยกระดับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยการบิน การรับรองความสมควรเดินอากาศและใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ การส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยและ Just Culture ตลอดจนการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลและจราจรทางอากาศ การเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการประยุกต์ใช้ AI ในงานบริการการเดินอากาศ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางการกำกับดูแลและพัฒนาอากาศยานไร้คนขับ ความร่วมมือด้าน Advanced Air Mobility (AAM) การพัฒนาเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) และผลกระทบของสถานการณ์ระหว่างประเทศต่ออุตสาหกรรมการบิน

การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ CAAT ในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการบินระดับภูมิภาค และตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์ โดยทั้งสองประเทศยังคงมุ่งมั่นทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับมาตรฐานการบิน และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินให้มีความปลอดภัย
มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนต่อไป

เลือกภาษา

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล