วันที่ 4 สิงหาคม 2569 พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือน แห่งประเทศไทย (CAAT) ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจากบริษัท AutoFlight ผู้พัฒนาอากาศยาน eVTOL จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือแนวทางการนำเทคโนโลยี Advanced Air Mobility (AAM) มาใช้ประโยชน์ในประเทศไทย โดย AutoFlight พัฒนาอากาศยาน eVTOL หลายรูปแบบ ตั้งแต่อากาศยานโดยสารรุ่น V2000EM Prosperity ซึ่งรองรับนักบิน 1 คนและผู้โดยสาร 5 คน มีพิสัยการบินประมาณ 200 กิโลเมตร ไปจนถึงอากาศยานขนาดใหญ่รุ่น V5000 Matrix ซึ่ง AutoFlight ระบุว่าเป็น อากาศยาน eVTOL ระดับ 5 ตันรุ่นแรกของโลก โดยรุ่นขนส่งสินค้า V5000CGH สามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 1.5 ตัน จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายตามลักษณะภารกิจและความต้องการใช้งาน
การหารือมุ่งเน้นการนำ AAM มาช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและยกระดับการขนส่งผู้โดยสาร สินค้า และพัสดุ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่เกาะ หรือพื้นที่ที่การคมนาคมทางบกมีข้อจำกัด ด้วยความสามารถในการขึ้นลงในแนวดิ่งโดยไม่ต้องใช้ทางวิ่ง อากาศยาน eVTOL จึงสามารถเชื่อมโยงการเดินทางแบบจุดต่อจุด ช่วยลดเวลาและเพิ่มความคล่องตัวให้กับระบบขนส่ง
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัย เช่น การลำเลียงอาหาร เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ฉุกเฉินเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย รวมถึงโอกาสในการลงทุน การจัดตั้งฐานการผลิตอากาศยานและชิ้นส่วน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรในประเทศไทย
ในโอกาสนี้ CAAT ได้เชิญ AutoFlight เข้าร่วมงาน Second ICAO Advanced Air Mobility Symposium (AAM 2026) ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 1–3 ธันวาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดย AutoFlight ตอบรับเข้าร่วมงาน พร้อมนำอากาศยานเข้าร่วมสาธิตการบินภายในงาน
การหารือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเพื่อรองรับการเติบโตของ Low-Altitude Economy โดย CAAT จะเดินหน้าพัฒนากรอบกำกับดูแล มาตรฐานความปลอดภัย และโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการบินแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน








