วันที่ 14 สิงหาคม 2569 พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Thailand Spaceport: What Needs to Be in Place Before Launch?” ในงาน Thailand Spaceport Investor Day 2026 จัดโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว
การเสวนาครั้งนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และสถาบันการศึกษา เพื่อหารือถึงปัจจัยสำคัญและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนา “ท่าอวกาศยานไทย (Thailand Spaceport)” ตลอดจนแนวทางการสร้างระบบนิเวศด้านอวกาศที่เอื้อต่อการลงทุนและ การเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศในประเทศไทย
การจัดงานมีเป้าหมายเพื่อวางรากฐานและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางกิจการอวกาศแห่งใหม่ของภูมิภาค โดยมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน และสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ พร้อมส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเปิดโอกาสสู่ธุรกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
พลอากาศเอก มนัทฯ กล่าวว่า “ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล CAAT มองว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีและธุรกิจสามารถเติบโตได้ กับการมีกฎระเบียบและมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม การพัฒนา Thailand Spaceport จะไม่ใช่เพียงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับกิจการอวกาศ แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่การลงทุน เทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม CAAT พร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนากรอบการกำกับดูแลที่มีความปลอดภัย ทันต่อเทคโนโลยี และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้โอกาสจากอุตสาหกรรมอวกาศสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”
นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม (Value Chain) และการจัดตั้ง Thailand Spaceport Consortium เพื่อเป็นกลไกในการ บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งและเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ เสริมสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี และยกระดับอธิปไตยทางเทคโนโลยี (Technology Sovereignty) ของประเทศไทยในอนาคต
การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ CAAT ในการเตรียมความพร้อมด้านการกำกับดูแลให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการบินและอวกาศ รวมถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางรากฐานด้านกฎระเบียบและมาตรฐานที่เหมาะสม อันจะช่วยสนับสนุนการลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี และการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทยอย่างปลอดภัยและยั่งยืน












