cate banner caat

CAAT หารือการบินไทย เตรียมความพร้อมรับกฎหมาย TCAR ยกระดับความปลอดภัย–คุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร พร้อมเร่งแก้ปัญหา Bird Strike

เมื่อวันที่ 4–5 กันยายน 2569 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) นำโดย พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT พร้อมด้วย นายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาเศรษฐกิจการบิน นายขจรพัฒน์ มากลิ่น รองผู้อำนวยการสายงานกำกับมาตรฐานความปลอดภัยการบินพลเรือน และผู้แทน CAAT ประชุมร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ภายใต้หัวข้อ “โค้งสุดท้ายก่อนบังคับใช้กฎหมายใหม่ TCAR และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้โดยสารและการร้องเรียน” เพื่อติดตามความพร้อมของสายการบินในการเปลี่ยนผ่านสู่ข้อกำหนดใหม่ ตลอดจนหารือประเด็นด้านความปลอดภัย การคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร และการจัดการข้อร้องเรียน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดด้านการบินของประเทศไทย

ในการประชุม การบินไทยได้รายงานภาพรวมการดำเนินงานทั้งด้านบุคลากร ฝูงบิน การปฏิบัติการบิน และการให้บริการผู้โดยสาร รวมถึงความคืบหน้าการเปลี่ยนผ่านการรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Air Operator Certificate: AOC) ให้เป็นไปตามข้อกำหนด Thailand Civil Aviation Regulations (TCAR) ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการและคาดว่าจะได้รับการออกใบรับรอง AOC ภายใต้กรอบ TCAR ภายในปี 2569

ด้านการพัฒนาระบบความปลอดภัย การบินไทยได้นำเสนอการดำเนินโครงการ Fatigue Risk Management System (FRMS) การฝึกอบรมด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความอ่อนล้า (Fatigue Risk Management Training) รวมถึง Peer Support Program ซึ่งมุ่งดูแลและสนับสนุนบุคลากรด้านการบิน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่และยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีการหารือ คือ การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอากาศยานชนนก (Bird Strike) โดยข้อมูลการรายงานเหตุมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันยกระดับมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการปฏิบัติการบิน

การบินไทยได้สะท้อนข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ Bird Strike บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และขอให้ CAAT ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลกำหนดแนวทางเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดย CAAT เห็นว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงจากนกและสัตว์อันตรายบริเวณสนามบินจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการจากหลายภาคส่วน โดยผู้ดำเนินการสนามบินมีบทบาทสำคัญในการควบคุมและบริหารจัดการปัจจัยที่อาจดึงดูดนกทั้งภายในและโดยรอบพื้นที่สนามบิน ขณะที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการปัจจัยอันตรายจากสัตว์ (Wildlife Hazard) ภายใต้กรอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยการบินมากขึ้น (Critical Element 1: CE-1)

ในส่วนของการกำกับดูแล CAAT ได้ยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการสัตว์อันตรายบริเวณสนามบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และอยู่ระหว่างกระบวนการเสนอแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ พร้อมทั้งจัดตั้ง คณะอนุกรรมการจัดการปัจจัยอันตรายจากสัตว์แห่งชาติ (National Wildlife Hazard Management Subcommittee: NWHMC) เพื่อเป็นกลไกบูรณาการการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผลักดันมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ CAAT ยังเน้นย้ำให้การบินไทยเตรียมความพร้อมด้าน Continuing Airworthiness Management Organisation (CAMO) ให้สอดคล้องกับข้อกำหนด TCAR-AIR เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่กฎหมายใหม่ และยกระดับระบบบริหารจัดการความสมควรเดินอากาศอย่างต่อเนื่องให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

ในด้านการคุ้มครองผู้โดยสาร CAAT เน้นย้ำให้การบินไทยปฏิบัติตาม ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 101 เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารในเที่ยวบินแบบประจำภายในประเทศและระหว่างประเทศ และ ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 104 เรื่อง การปฏิเสธการรับขนผู้โดยสาร อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการดูแลและคุ้มครองสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด โดย CAAT ได้ให้คำแนะนำในประเด็นที่สายการบินควรเพิ่มความระมัดระวัง รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการภายในให้มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ที่ประชุมยังหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารและ Online Travel Agents (OTAs) โดยเฉพาะการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน การคืนเงิน และการดูแลผู้โดยสาร ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของความสับสนหรือข้อพิพาท CAAT จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดแนวทางประสานงานระหว่างสายการบินกับตัวแทนจำหน่ายให้ชัดเจน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิทธิของผู้โดยสาร

ขณะเดียวกัน CAAT ให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับผู้โดยสารและสาธารณชนเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินล่าช้า การยกเลิกเที่ยวบิน เหตุขัดข้องทางเทคนิค หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยแนะนำให้สายการบินมีระบบและกระบวนการสื่อสารที่สามารถให้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อสถานการณ์ รวมถึงมีแนวทางดูแลข้อร้องเรียนอย่างรวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และสามารถติดตามผลได้ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทบาท CAAT ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการบินพลเรือนที่มุ่งเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ข้อกำหนดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการกำกับติดตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความสมควรเดินอากาศ และการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร

เลือกภาษา

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล