cate banner caat

CAAT หารือทวิภาคีหน่วยงานการบินพลเรือน มองโกเลีย ฟิลิปปินส์ ลาว ภูฏาน กระชับความร่วมมือ–ขยายการเชื่อมโยง พร้อมส่งเสริมบทบาทไทยในเวทีการบินโลก

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ระหว่างการประชุมผู้อำนวยการใหญ่การบินพลเรือนแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 61 (DGCA/61) ณ ประเทศมาเลเซีย พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) พร้อมคณะผู้แทนไทย ได้หารือทวิภาคีกับผู้บริหารหน่วยงานการบินพลเรือนจาก มองโกเลีย ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และภูฏาน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ขยายความร่วมมือด้านการบินพลเรือน และแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาระบบการบินระหว่างกัน

ในการหารือกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งมองโกเลีย (Civil Aviation Authority of Mongolia) นำโดย Mr. Turbayar Erdene-Ochir, Director General ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงโอกาสในการส่งเสริมบริการเดินอากาศระหว่างไทยและมองโกเลียภายใต้ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างกัน เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงและการเดินทางระหว่างสองประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบันยังไม่มีสายการบินของไทยให้บริการไปยังมองโกเลีย ขณะที่สายการบินของมองโกเลียให้บริการตามฤดูกาลในเส้นทางอูลานบาตอร์–กรุงเทพฯ และอูลานบาตอร์–ภูเก็ต เส้นทางละ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยหยุดให้บริการในช่วงตารางบินฤดูร้อนและกลับมาให้บริการในช่วงตารางบินฤดูหนาว ทั้งนี้ CAAT พร้อมสนับสนุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลและกระบวนการตามกฎระเบียบ หากสายการบินประสงค์จะเปิดหรือเพิ่มเที่ยวบินระหว่างสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายยังได้ทบทวนความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างหน่วยงานที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2565 รวมถึงความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการกำกับดูแลความปลอดภัย โดยที่ผ่านมา CAAT ได้แบ่งปันประสบการณ์และแนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจประเมิน ICAO Universal Safety Oversight Audit Programme (USOAP) แก่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งมองโกเลีย ก่อนเข้ารับการตรวจระหว่างวันที่ 22 เมษายน–5 พฤษภาคม 2569

สำหรับการหารือกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งฟิลิปปินส์ (Civil Aviation Authority of the Philippines: CAAP) นำโดย Atty. Danjun G. Lucas, Deputy Director General for Administration ฝ่ายไทยได้แสดงความปรารถนาดีและสนับสนุนฟิลิปปินส์ในการเตรียมความพร้อมรับการตรวจประเมินภายใต้ ICAO Universal Safety Oversight Audit Programme Continuous Monitoring Approach (USOAP CMA) ในเดือนกันยายน 2569 พร้อมยืนยันความพร้อมในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยการบิน เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการบินพลเรือนของภูมิภาค

ขณะที่การหารือกับกรมการบินพลเรือนแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Department of Civil Aviation of Lao PDR: DCAL) นำโดย Mr. Viengxay Singkham, Director General ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการศึกษาการดำเนิน โครงการนำร่องการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนด้วยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Unmanned Aircraft Systems: UAS) ระหว่างประเทศไทยและ สปป. ลาว ซึ่งจะเป็นโอกาสในการศึกษารูปแบบการดำเนินงาน กฎระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาความเชื่อมโยงและต่อยอดการนำเทคโนโลยีการบินรูปแบบใหม่มาใช้ประโยชน์ด้านการขนส่งระหว่างสองประเทศอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

นอกจากนี้ CAAT ได้หารือกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งภูฏาน (Bhutan Civil Aviation Authority) นำโดย Mr. Kinley Wangchuk, Director General เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาการบินพลเรือน และแสวงหาโอกาสในการขยายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลของทั้งสองประเทศในอนาคต

ในโอกาสนี้ CAAT ยังได้เชิญหน่วยงานการบินพลเรือนของประเทศคู่หารือเข้าร่วมงาน ICAO Second Advanced Air Mobility Symposium 2026 (AAM 2026) ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 ธันวาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้หัวข้อ “From Vision to Implementation: Enabling the AAM Ecosystem” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการพัฒนา Advanced Air Mobility รวมถึงร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศ AAM ให้สามารถพัฒนาและนำไปใช้ได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ฝ่ายไทยยังได้แจ้งแผนการจัดตั้ง สำนักงานผู้แทนด้านการบินของประเทศไทย ณ นครมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยในการติดตามและมีส่วนร่วมในประเด็นด้านนโยบาย มาตรฐาน และด้านเทคนิคของ ICAO ตลอดจนเสริมสร้างการประสานความร่วมมือกับ ICAO และรัฐสมาชิกอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องยิ่งขึ้น

CAAT ยืนยันความมุ่งมั่นในการใช้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลการบินพลเรือนเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ขยายความเชื่อมโยงทางอากาศ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และรองรับเทคโนโลยีการบินรูปแบบใหม่ พร้อมเพิ่มการมีส่วนร่วมของประเทศไทยทั้งในระดับนโยบายและด้านเทคนิค เพื่อส่งเสริมบทบาทของไทยในเวทีการบินพลเรือนระดับภูมิภาคและระดับโลกให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

เลือกภาษา

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล