เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ระหว่างการประชุมผู้อำนวยการใหญ่การบินพลเรือนแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 61 (DGCA/61) ณ ประเทศมาเลเซีย พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) พร้อมคณะผู้แทนไทย ได้หารือกับองค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (European Union Aviation Safety Agency: EASA) นำโดย Ms. Maria Rueda, Safety Management, Sustainability and Global Outreach Director เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือด้านความปลอดภัยและการพัฒนาการบินพลเรือนระหว่างกัน
ประเด็นสำคัญของการหารือ ได้แก่ แนวทางความร่วมมือด้านบริการการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเฮลิคอปเตอร์ (Helicopter Emergency Medical Services: HEMS) โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัย แนวทางการกำกับดูแล ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบ HEMS ของประเทศไทยให้สามารถดำเนินงานได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศของประเทศ
ในโอกาสนี้ CAAT ยังได้เชิญ EASA เข้าร่วมงาน ICAO Second Advanced Air Mobility Symposium 2026 (AAM 2026) ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 ธันวาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้หัวข้อ “From Vision to Implementation: Enabling the AAM Ecosystem” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางด้านการกำกับดูแลและมาตรฐานความปลอดภัย ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนการพัฒนา Advanced Air Mobility ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ฝ่ายไทยยังได้แจ้งแผนการจัดตั้งสำนักงานผู้แทนด้านการบินของประเทศไทย ณ นครมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยในการติดตามและมีส่วนร่วมในประเด็นด้านนโยบาย มาตรฐาน และด้านเทคนิคของ ICAO ตลอดจนเสริมสร้างการประสานความร่วมมือกับ ICAO และรัฐสมาชิกอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องยิ่งขึ้น
CAAT ยืนยันความมุ่งมั่นในการขยายความร่วมมือกับ EASA ทั้งด้านการกำกับดูแลความปลอดภัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีและรูปแบบการบินใหม่ ๆ โดยมุ่งนำแนวปฏิบัติและมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อยกระดับระบบการบินพลเรือนของไทยให้มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และพร้อมรองรับการพัฒนาของอุตสาหกรรมการบินในระยะต่อไป

