cate banner caat

CAAT ผนึกสาธารณสุข กสทช. จังหวัดเชียงใหม่ และบริษัท True เปิดปฏิบัติการ Medical Drone ที่แม่แจ่ม เชื่อมบริการทางการแพทย์สู่พื้นที่ห่างไกล

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และ จนท.จาก กพท.สนับสนุนกานเปิดปฏิบัติการอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ (Medical Drone) ณ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข CAAT สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จังหวัดเชียงใหม่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อทดสอบการนำเทคโนโลยีการบิน ระบบสาธารณสุข ระบบโทรคมนาคม และเครือข่ายชุมชนมาทำงานร่วมกัน เพิ่มโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ปฏิบัติการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุคลากรทางการแพทย์ อสม. และภาคีเครือข่ายเข้าร่วม

โดยพื้นที่อำเภอแม่แจ่มมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาและมีชุมชนกระจายตัวในหลายพื้นที่ การเดินทางระหว่างโรงพยาบาลกับชุมชนบางแห่งต้องใช้เวลานาน และอาจเผชิญข้อจำกัดจากสภาพเส้นทางและสภาพอากาศ การปฏิบัติการครั้งนี้จึงเป็นการทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงว่า Medical Drone สามารถทำงานร่วมกับระบบ Telemedicine ระบบโทรคมนาคม และเครือข่าย อสม. เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านระยะทางและเชื่อมบริการทางการแพทย์ไปถึงประชาชนได้อย่างไร

พลอากาศเอก มนัท กล่าวว่า “วันนี้เราไม่ได้ทดสอบเพียงว่า Medical Drone สามารถบินได้ไกลเพียงใด แต่กำลังทดสอบว่าระบบทั้งหมดสามารถทำงานร่วมกันและนำบริการทางการแพทย์ไปถึงประชาชนได้จริงหรือไม่ ตั้งแต่โรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ระบบโทรคมนาคม อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ไปจนถึง อสม. และประชาชนในชุมชน สำหรับ CAAT หน้าที่สำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีใหม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับการกำกับดูแลให้การปฏิบัติการมีความปลอดภัย ข้อมูลจากการทดสอบในพื้นที่จริงจะช่วยให้เราพัฒนาแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้นวัตกรรมด้านการบินสามารถนำมาใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม”

การปฏิบัติการที่แม่แจ่มเป็นการต่อยอดประสบการณ์จากการนำร่อง Medical Drone ในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยครั้งนี้ขยายการทดสอบให้ครอบคลุมภารกิจที่หลากหลายและมีความซับซ้อนมากขึ้น ผ่าน 3 ภารกิจหลัก

ภารกิจแรก Critical NCD Care ทดสอบการขนส่งยาไปยังผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง โดยเส้นทางทางบกไป–กลับมีระยะทาง 28 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 4 นาที ขณะที่การขนส่งด้วยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินใช้เวลาบินประมาณ 14 นาที สะท้อนศักยภาพในการลดระยะเวลาการขนส่งยาไปยังประชาชนในพื้นที่

ภารกิจที่ 2 Intelligent Resilient Logistics ทดสอบการเชื่อมต่อการขนส่งหลายรูปแบบ ทั้งรถขนส่ง อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน และรถจักรยานยนต์ เพื่อส่งยาและเวชภัณฑ์จากโรงพยาบาลไปยังพื้นที่ที่เส้นทางคมนาคมบางช่วงมีข้อจำกัด รวมระยะทางการขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศไป–กลับ 69 กิโลเมตร เพื่อศึกษารูปแบบระบบโลจิสติกส์ทางการแพทย์ที่สามารถปรับตัวตามสภาพพื้นที่และสถานการณ์ขณะที่ภารกิจสุดท้าย Beyond the Distance เป็นการทดสอบการบินอัตโนมัติระยะไกลด้วยอากาศยานแบบ eVTOL จากอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ไปยังพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะทางบินไป–กลับตามแผน 100 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 9 นาที เทียบกับการเดินทางทางบกไป–กลับ 188 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 40 นาที เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับการพัฒนาการขนส่งทางการแพทย์ระยะไกลและข้ามพื้นที่ในอนาคตการทดสอบทั้ง 3 ภารกิจไม่ได้มุ่งเฉพาะการขนส่งด้วยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน แต่เป็นการเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพตั้งแต่โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ระบบ Telemedicine และระบบโทรคมนาคม ไปจนถึงเครือข่าย อสม. ซึ่งทำหน้าที่ประสานผู้ป่วย รับ–ส่งยาและเวชภัณฑ์ ติดตามผู้ป่วย และเชื่อมบริการจากโรงพยาบาลไปสู่ประชาชนในชุมชน

สำหรับ CAAT ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ควบคุม ส่งเสริม และพัฒนากิจการการบินพลเรือนของประเทศ มีบทบาทกำกับดูแลการปฏิบัติการอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินให้เป็นไปภายใต้กรอบกฎระเบียบและเงื่อนไขด้านความปลอดภัย พร้อมนำข้อมูลจากการปฏิบัติจริง ทั้งด้านเส้นทางบิน ภูมิประเทศ สภาพอากาศ ระบบควบคุมและการสื่อสาร ตลอดจนการบริหารความเสี่ยง มาประกอบการพัฒนาแนวทางกำกับดูแลให้รองรับรูปแบบการใช้งานที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นซึ่งหลังจากนี้ จะมีแผนต่อยอดการดำเนินงานที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จังหวัดน่าน ในรูปแบบการบินแบบไป–กลับ (Round-trip) เชื่อมโรงพยาบาลกับ 13 ชุมชน โดยขาไปขนส่งยาและเวชภัณฑ์ ส่วนขากลับรองรับการขนส่งเลือดและสิ่งส่งตรวจ เพื่อศึกษารูปแบบการใช้งาน Medical Drone ที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบบริการสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง

CAAT จะนำข้อมูลและบทเรียนจากการทดสอบในพื้นที่จริงมาประกอบการพัฒนากรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง มาตรฐานความปลอดภัยกับการเปิดโอกาสให้นวัตกรรมสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อประชาชน และต่อยอดไปสู่ภารกิจด้านการแพทย์ พื้นที่ห่างไกล พื้นที่ประสบภัย และภารกิจสาธารณประโยชน์อื่น ๆ ในอนาคต

เลือกภาษา

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล