ันที่ 5 ตุลาคม 2569 คณะอนุกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าพบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือและเสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศ หลังปริมาณ Air Cargo ของประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและส่งผลให้เกิดความคับคั่งในบางขั้นตอนของกระบวนการขนส่ง โดยมีสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เข้าร่วมหารือ
ที่ประชุมได้หารือแนวทางแก้ไขทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว โดยในระยะเร่งด่วน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเสนอให้นำสุนัขตรวจค้นวัตถุระเบิด (Explosive Detection Dogs: EDD) มาเสริมกระบวนการตรวจคัดกรองสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการรักษามาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบิน
สำหรับแนวทางระยะยาว มีข้อเสนอให้พัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยสำหรับการขนส่งสินค้าทางอากาศตามมาตรฐานสากล โดยส่งเสริมระบบ Known Consignor (KC) และ Regulated Agent (RA) เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบและการรักษาความปลอดภัยของสินค้ามีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นทาง รวมทั้งเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและผลักดันมาตรการต่าง ๆ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
CAAT และ ทอท. ชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการนำสุนัขตรวจค้นวัตถุระเบิด มาใช้สนับสนุนการตรวจคัดกรองสินค้า โดยในระยะแรกอาจประสานขอรับการสนับสนุนจาก ทอท. ก่อน พร้อมทั้งหารือแนวทางประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มจำนวนให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต ขณะที่ ทอท. อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศ และจะประสานความร่วมมือกับหอการค้าไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานคณะทำงาน เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งแก้ไขข้อจำกัดของระบบในระยะเร่งด่วน ควบคู่กับการวางระบบในระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตของการขนส่งสินค้าทางอากาศ และยกระดับประสิทธิภาพระบบ Air Cargo ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
















