วันที่ 29 ตุลาคม 2569 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ร่วมประชุมหารือกับบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจสายการบินและผู้บริหารสนามบินสมุย สุโขทัย และตราด ภายใต้หัวข้อ “บูรณาการความเข้าใจ สู่มาตรฐานการบินเดียวกัน” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ประกอบการ เกี่ยวกับกฎระเบียบ ข้อกำหนด และมาตรฐานด้านการบินพลเรือน ตลอดจนรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากการปฏิบัติงานจริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแนวทางกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสากล โดยมี พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT เป็นประธานเปิดการประชุม และนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วม ณ ห้อง Sphinx อาคาร BTS Visionary Park
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวว่า “การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการบินพลเรือนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ประกอบการ โดย CAAT ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลภายใต้มาตรฐานสากล ควบคู่กับการรับฟังความคิดเห็นและข้อจำกัดจากการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้การนำกฎระเบียบไปปฏิบัติเป็นไปอย่างถูกต้อง ชัดเจน และมีประสิทธิภาพ การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนด และร่วมกันพัฒนาแนวทางการทำงานที่เหมาะสม โดยยังคงยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ”
การประชุมครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านการกำกับดูแลการบินพลเรือน ทั้งมาตรฐานการปฏิบัติการบิน การซ่อมบำรุงอากาศยาน การอนุญาตประกอบกิจการ มาตรฐานสนามบิน และการบริหารจัดการความปลอดภัย โดยมีคณะผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก CAAT ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและชี้แจงแนวทางการปฏิบัติตามข้อกำหนดในแต่ละด้าน เพื่อส่งเสริมความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกับผู้ประกอบการ
ในด้านมาตรฐานการปฏิบัติการบิน มีการหารือเกี่ยวกับข้อกำหนดชั่วโมงปฏิบัติหน้าที่และเวลาพัก (Flight and Duty Time Limitations and Rest Requirements) คำแนะนำวิธีปฎิบัติและแนวทางปฏิบัติ (Guidance Material) หากบริษัทต้องการใช้เกณฑ์ที่แตกต่างจากข้อกำหนดดังกล่าว รวมทั้งข้อกำหนดด้านการฝึกอบรมนักบิน โดยเฉพาะหลักสูตร Advanced Upset Prevention and Recovery Training (Advanced UPRT) และแนวทางพัฒนาการฝึกอบรมและการตรวจสอบแบบบูรณาการร่วมกันระหว่าง AOC และ ATO เพื่อสร้างมาตรฐานให้มีความสอดคล้องกับความต้องการทางด้านการปฏิบัติการ
สำหรับมาตรฐานการซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้บริการหน่วยซ่อมบำรุงอากาศยานที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศจะทำการบำรุงรักษาส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน บริภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนของอากาศยานที่ใช้กับอากาศยานไทย (Foreign Repair station / Foreign Approved Maintenance Organisation) เรื่องใบอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุ คมนาคม กฎหมายที่เกี่ยวกับหลักการใช้อากาศยาน และการเช่าแบบ Wet Lease รวมถึงข้อกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ประเด็นด้านการอนุญาตประกอบกิจการได้หารือเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และกำหนดการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือน (AOL) ของบริษัทฯ พร้อมทั้งหารือแนวทางการปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจ โดยปัจจุบัน CAAT อยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 97 เพื่อให้การประกอบกิจการ มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
สำหรับมาตรฐานสนามบิน มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดในการดำเนินกิจการ ข้อจำกัดด้านกายภาพของสนามบิน แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือประเด็นด้านระบบบริหารจัดการความปลอดภัย (Safety Management System: SMS) ได้แก่ แนวทางการรายงานเหตุการณ์ภาคบังคับ (Mandatory Occurrence Reporting: MOR) โดยเฉพาะกรณีเหตุการณ์เกี่ยวกับสินค้าอันตราย และแนวทางการประเมิน SMS ด้วยเครื่องมือ Safety Management System Assessment Tool ซึ่งใช้กรอบการประเมิน PSOE (Present, Suitable, Operating และ Effective) โดยมุ่งประเมินระดับความสมบูรณ์และพัฒนาการของระบบ SMS โดยที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางและเกณฑ์การตรวจประเมินด้วย
อีกหนึ่งส่วนสำคัญของการประชุมคือการเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากสายการบินและสนามบินนำเสนอปัญหา ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะจากการปฏิบัติงานจริง พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถามกับผู้แทน CAAT เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการนำข้อกำหนดไปปฏิบัติ ตลอดจนรวบรวมประเด็นที่เกี่ยวข้องสำหรับประกอบการพิจารณาแนวทางพัฒนาการกำกับดูแลในอนาคต
CAAT มุ่งมั่นส่งเสริมการสื่อสารและความร่วมมือกับผู้ประกอบการด้านการบินอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจในข้อกำหนดและมาตรฐานการบิน ควบคู่กับการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทของอุตสาหกรรม และสามารถรักษามาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินพลเรือนของประเทศไทย










































