cate banner caat

CAAT ร่วมประชุมระดมความเห็นต่อแนวทางการดำเนินการของ ICAO ต่อความเป็นไปได้ในการใช้เชื้อเพลิงการบินอย่างยั่งยืน  เชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำ และแหล่งพลังงานสะอาดด้านการบินอื่นๆ

CAAT เข้าร่วมประชุม ICAO pre-CAAF/3 Outcome Conference Consolation เพื่อร่วมระดมความเห็นต่อแนวทางการดำเนินการของ ICAO ต่อความเป็นไปได้ในการใช้เชื้อเพลิงการบินอย่างยั่งยืน  เชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำ และแหล่งพลังงานสะอาดด้านการบินอื่นๆ ก่อนนำผลการหารือเสนอต่อที่ประชุมผู้แทนระดับสูงด้านการบินในการประชุม Third Conference on Aviation Alternative Fuels (CAAF/3) ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ต่อไป   

.

เมื่อวันที่ 25-26 กันยายน 2566 นายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พร้อมผู้แทนฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมกิจการการบินพลเรือน ได้เข้าร่วมการประชุมหารือระหว่างประเทศสมาชิกองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ต่อผลการดำเนินงานของคณะทำงานย่อยภายใต้ ICAO Committee on Aviation Environmental Protection (CAEP) เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการของ ICAO ต่อการพัฒนาการใช้เชื้อเพลิงการบินอย่างยั่งยืน เชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำ และแหล่งพลังงานสะอาดด้านการบินอื่นๆ  (ICAO Global Framework for SAF, LCAF and other Aviation Cleaner Energies) ซึ่งประเทศสมาชิกได้ร่วมแสดงความเห็นกันอย่างแพร่หลายเกี่ยวกับการดำเนินงานภายใต้กรอบการดำเนิน 4  Building Blocks ของคณะทำงานฯ ประกอบด้วย

  • Building Block #1 การกำหนดนโยบายสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงภาคการบิน
  • Building Block #2 แนวทางการกำกับดูแลที่เหมาะสม
  • Building Block #3 การผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
  • Building Block #4 การสนับสนุนทางการเงิน

โดย ICAO จะนำผลการหารือไปเสนอต่อที่ประชุมผู้แทนระดับสูงด้านการบินในการประชุม Third Conference on Aviation Alternative Fuels (CAAF/3) ในวันที่ 20-24 พฤศจิกายน 2566 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

.

ทั้งนี้ CAAT ได้ร่วมแสดงความเห็นสนับสนุนการพัฒนาการใช้เชื้อเพลิงการบินอย่างยั่งยืน (SAF) และเชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำ (LCAF) ของคณะทำงานฯ เนื่องจากการใช้พลังงานดังกล่าวนอกจากจะช่วยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการบิน ของ ICAO แล้ว ยังเป็นปัจจัยในการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนาพลังงานทางเลือก รวมถึงก่อให้เกิดรายได้และการจ้างงานในภาคพลังงานทางเลือกเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย โดยประเทศสมาชิกควรให้ความสำคัญในการร่วมมือของกลุ่มผู้ผลิต กลุ่มผู้ใช้ และกลุ่มผู้ให้การสนับสนุน กำหนดนโยบายและออกมาตรการจูงใจ โดยผ่านกระบวนการร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าประเทศจะมีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการใช้ในอนาคต

.

สำหรับด้านการดำเนินการเพื่อสร้างขีดความสามารถในการจัดทำ SAF ในประเทศนั้น ประเทศไทยได้ให้ความเห็นว่าสมควรจัดให้มีหน่วยงานที่ให้คำแนะนำนอกเหนือจากการจัดทำเอกสารคำแนะนำ เนื่องจากแต่ละประเทศสมาชิกอาจจะมีความต้องการที่ต่างกันและอาจมิได้ครอบคลุมอยู่ในเอกสารคำแนะนำที่จัดไว้เพื่อช่วยให้การดำเนินการเพื่อให้มีการใช้ SAF อย่างแพร่หลายเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น

เลือกภาษา

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล