
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ฝ่ายกำกับดูแลทางเศรษฐกิจ (ERD) และฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมกิจการการบินพลเรือน (APD) เป็นผู้แทนสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เข้าร่วมการประชุมนโยบายด้านการบินของประเทศ รับฟังข้อเสนอจากสมาคมสายการบินประเทศไทย ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม
การประชุมครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานด้านการคมนาคมทางอากาศ ได้รับฟังข้อเสนอจากสมาคมสายการบินประเทศไทย เพื่อพิจารณาการเดินหน้านโยบายบริหารจัดการต้นทุนจากค่าธรรมเนียมภาครัฐ เพื่อบรรเทาภาระของสายการบินและลดค่าครองชีพด้านการเดินทางของประชาชน พร้อมส่งเสริมการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านภาคการท่องเที่ยว และยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมการบินไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล

โดยสมาคมสายการบินประเทศไทยได้นำเสนอข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การชะลอการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการบิน ทั้งค่าบริการการเดินอากาศ (Air Navigation Services Charge: ANSC) และค่าธรรมเนียมผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนของสายการบินและผู้โดยสารในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยเสนอให้เลื่อนการปรับขึ้น ANSC ของท่าอากาศยานดอนเมือง (DMK) ไปเริ่มในปี 2570 และของท่าอากาศยานหลักในภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ไปเริ่มในปี 2571 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว เพิ่มความถี่เที่ยวบิน และกระจายรายได้สู่ภูมิภาค
ในด้านนโยบายภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น สมาคมฯ เสนอให้พิจารณาลดอัตราภาษีจาก 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.20 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยลดต้นทุนสายการบิน ส่งผลให้สามารถลดราคาบัตรโดยสารภายในประเทศได้ราว 100 บาทต่อเที่ยว และเพิ่มจำนวนที่นั่งเที่ยวบินภายในประเทศกว่า 3.8 ล้านที่นั่ง ระหว่างวันที่ 15 มกราคม – 15 พฤษภาคม 2569 โดยคาดว่ามาตรการนี้จะสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 22,000 ล้านบาท สนับสนุนการเดินทางภายในประเทศช่วงต้นปี
นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเสนอ โครงการ “Buy International, Free Domestic Flights” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยมอบบัตรโดยสารภายในประเทศฟรีแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อตั๋วเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 15 มกราคม – 12 เมษายน 2569 ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 200,000 คน และสร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศกว่า 8,500 ล้านบาท
ในส่วนของการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบด้านการบิน สมาคมฯ ได้เสนอให้ทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันอากาศยานเพื่อส่งเสริมการบินภายในประเทศ เพิ่มความรวดเร็วในการนำเข้าอากาศยาน และยกระดับกระบวนการพิจารณาค่าธรรมเนียมการบินให้โปร่งใส โดยนำแนวทางการปรึกษาสาธารณะ (Public Consultation) มาใช้ พร้อมผลักดันการปฏิรูปกฎหมายการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผ่านการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน

จากการประชุมดังกล่าว CAAT จะดำเนินการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบายด้านการบินของประเทศ ซึ่งนายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะพิจารณาแนวทางการดำเนินงานอย่างละเอียดรอบคอบ โดยจะขอเวลาภายใน 30 วัน เพื่อนำประเด็นต่าง ๆ มาศึกษาและหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงคมนาคม ก่อนสรุปแนวทางดำเนินการในแต่ละข้อเสนอ ทั้งนี้ยืนยันว่าจะยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก เพื่อให้การดำเนินนโยบายทุกด้านเกิดผลจริงและสร้างความมั่นคงต่อระบบขนส่งทางอากาศของไทย

