เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) พร้อมด้วยผู้แทนฝ่ายมาตรฐานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (UAS) ให้การต้อนรับผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข นำโดย นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำโดยนายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม และ ดร. ณัฏฐกฤตย์ สงวนดีกุล หัวหน้าทีมพัฒนา พร้อมด้วยผู้แทนของกระทรวงสาธารณสุขและบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นฯ เพื่อหารือแนวทางการใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน หรือโดรน สนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล ตามแนวคิดโครงการพัฒนานวัตกรรมต้นแบบการใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์
การหารือในครั้งนี้ เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้สนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ โดยเฉพาะการใช้โดรนเพื่อสนับสนุนการขนส่งทางอากาศในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งมอบเวชภัณฑ์ ยา ตัวอย่างตรวจ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดเล็ก โดยมีพื้นที่โรงพยาบาลในภาคเหนือเป็นพื้นที่นำร่องเบื้องต้น
ในการหารือ CAAT ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแล กฎ ระเบียบ มาตรฐานด้านความปลอดภัย และแนวทางการอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการบินอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน โดยเฉพาะการทดสอบการบินเพื่อสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องพื้นที่ทำการบิน เส้นทางบิน จุดขึ้น–ลง การควบคุมความเสี่ยง น้ำหนักบรรทุก การติดตามสถานะการบิน การสื่อสารระหว่างปฏิบัติการ ตลอดจนมาตรการรองรับเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการกำหนดพื้นที่นำร่อง รูปแบบภารกิจที่เหมาะสม ประเภทเวชภัณฑ์ที่จะขนส่ง ตลอดจนแนวทางความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การศึกษาและการทดสอบเป็นไปอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และสอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ CAAT พร้อมสนับสนุนการศึกษาและการทดสอบการใช้โดรนเพื่อสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ ภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่มาใช้ยกระดับการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
























