เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อชี้แจงแนวทางการกำกับดูแลอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Unmanned Aircraft Systems: UAS) และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในด้านการขนส่ง การคมนาคม การเกษตร ความมั่นคง และการใช้งานด้านอื่น ๆ ของประเทศ โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหรกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและบูรณาการแนวทางการกำกับดูแลร่วมกัน
ในการประชุม CAAT ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินของประเทศไทย ทั้งในด้านกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานด้านความปลอดภัย ตลอดจนแนวทางการส่งเสริมการนำเทคโนโลยี UAS ไปใช้ประโยชน์ในด้านการขนส่ง การคมนาคม การเกษตร การบรรเทาสาธารณภัย ความมั่นคง และภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์อื่น ๆ ควบคู่กับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยในการใช้ห้วงอากาศของประเทศ
ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนากฎหมายและกฎระเบียบให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี รวมถึงอุปสรรคในการดำเนินงานและแนวทางการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินของประเทศไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
ในโอกาสนี้ หน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมได้แสดงความพร้อมในการบูรณาการการดำเนินงานและปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตามที่ CAAT ได้นำเสนอ เพื่อให้การใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินของประเทศมีมาตรฐานความปลอดภัย รวมทั้งมีแนวทางการพัฒนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่คณะกรรมาธิการฯ ได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้งานในอนาคต
การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนากรอบการกำกับดูแลอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ การคมนาคมขนส่ง การบรรเทาสาธารณภัย และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล








