cate banner caat

CAAT ร่วมสัมมนา “MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชน พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ปี 2569–2570” บูรณาการแผนพัฒนาการบินเพื่อวางรากฐานระบบคมนาคมของไทยในอนาคต

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชน พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ปี 2569–2570” ณ ห้องประชุมราชดำเนิน อาคารราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคมและผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วม เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนแผนงานและโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ในการประชุมครั้งนี้ พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในฐานะหัวหน้ากลุ่มด้านการขนส่งทางอากาศ ได้นำเสนอแผนปฏิบัติการด้านการบิน ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการบินของประเทศ ได้แก่ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กรมท่าอากาศยาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด สถาบันการบินพลเรือน และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด รวมทั้งสิ้น 69 โครงการ วงเงินรวม 176,295 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคมทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว

แผนงานดังกล่าวครอบคลุมการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมใน 4 มิติ ได้แก่ การลดรายจ่ายและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจ การส่งเสริมพลังงานสะอาด และการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานและบริการสำหรับอนาคต โดยมีโครงการสำคัญ อาทิ การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ICAO Second Advanced Air Mobility 2026 (AAM 2026) เพื่อยกระดับบทบาทประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งอนาคตของภูมิภาค การจัดทำแผนแม่บทอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินและอากาศยานรูปแบบใหม่ (Thailand UAS and AAM Master Plan) การเตรียมความพร้อมการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) การพัฒนามาตรฐานและกฎระเบียบรองรับ Advanced Air Mobility (AAM) การพัฒนาระบบนิเวศการบินทั่วไป (General Aviation: GA) และเครื่องบินขนส่งขนาดเล็ก ตลอดจนการศึกษาแนวทางขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินและการบริการที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบควบคุมจราจรทางอากาศด้วยเทคโนโลยี Digital Remote Tower ของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย การจัดหาอากาศยานและเครื่องฝึกบินจำลอง ของสถาบันการบินพลเรือน การยกระดับระบบอำนวยความสะดวกผู้โดยสารด้วย Biometric Identification System และระบบตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (ABC) ของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงการเร่งพัฒนาและขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานหลักและท่าอากาศยานภูมิภาค การจัดทำแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การผลักดันโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านตะวันออก โครงการท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 การพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่และภูเก็ต ตลอดจนการขยายทางวิ่งของท่าอากาศยานภูมิภาค เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย

ภายหลังการนำเสนอ ปลัดกระทรวงคมนาคมได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance, Repair and Overhaul: MRO) และการบริหารจัดสรรเวลาการบิน (Slot Management) เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพระบบการบินของประเทศ และสนับสนุนเป้าหมายการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) อย่างยั่งยืน

เลือกภาษา

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล