เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (Thai Airfreight Forwarders Association: TAFA) ที่เข้าพบเพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการตรวจค้นสินค้าส่งออกทางอากาศ รวมถึงแนวทางลดผลกระทบต่อภาคธุรกิจและผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ทางอากาศ โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบินอย่างเหมาะสม
ในการหารือครั้งนี้ CAAT ได้รับฟังข้อเสนอแนะและข้อกังวลจากภาคเอกชนเกี่ยวกับข้อจำกัดในการตรวจค้นสินค้าทางอากาศ ทั้งการวิเคราะห์ภาพจากเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) และการตรวจค้นด้วยเครื่องตรวจหาร่องรอยวัตถุระเบิด (Explosive Trace Detection: ETD) พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสม เพื่อให้กระบวนการตรวจค้นเป็นไปตามมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบิน ควบคู่กับการลดข้อจำกัดในการปฏิบัติงานและสนับสนุนให้การขนส่งสินค้าทางอากาศดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบและให้ผู้ประกอบการมีระยะเวลาในการปรับตัว รวมถึงให้การตรวจค้นเพื่อการรักษาความปลอดภัยสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง CAAT ให้ผู้ประกอบการสามารถใช้สุนัขตรวจค้นวัตถุระเบิด (Explosive Detection Dogs: EDD) ตามมาตรการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสำหรับการตรวจค้นสินค้าที่ขนส่งทางอากาศต่อไปได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยยังคงต้องดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์และมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยที่กำหนด
ขณะเดียวกัน CAAT จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแนวทางสนับสนุนการฝึกอบรมและการรับรองผู้ควบคุมสุนัขและสุนัขตรวจค้นวัตถุระเบิด รวมถึงความเป็นไปได้ในการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการสำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป
CAAT ยืนยันความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบิน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการขนส่งสินค้าทางอากาศของประเทศ โดยจะนำข้อเสนอและประเด็นที่ได้รับจากการหารือไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานที่เหมาะสม เป็นระบบ และสามารถรองรับการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว






















