เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับนายมิเกล มาร์เกส กอนซาลเวส มาเนเตลู (H.E. Miguel Marques Gonçalves Manetelu) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารแห่งติมอร์-เลสเต พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างสองประเทศ โดยมีนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นางสาววันทนา เสาวดี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงคมนาคม พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนกองการต่างประเทศ และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(CAAT) เข้าร่วมการหารือ ณ กระทรวงคมนาคม
ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้แสดงความยินดีต่อติมอร์-เลสเตในโอกาสเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการเดินทางและการขนส่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ตลอดจนยกระดับการเชื่อมต่อระหว่างกันให้มีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อ
ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความคืบหน้าในการลงนามความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างไทยกับติมอร์-เลสเต ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการวางกรอบความร่วมมือด้านการบินระหว่างสองประเทศ และปูทางสู่การเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ กับกรุงดิลี เมืองหลวงของติมอร์-เลสเต เป็นครั้งแรก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง เชื่อมโยงผู้โดยสารและภาคธุรกิจระหว่างกัน ตลอดจนสร้างโอกาสใหม่ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนของภาคเอกชนทั้งสองประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม และ CAAT จะร่วมกันเร่งรัดการดำเนินงานและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้การลงนามความตกลงฯ เกิดขึ้นโดยเร็ว
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารแห่งติมอร์-เลสเตได้แสดงความประสงค์ที่จะขยายความร่วมมือทางวิชาการด้านการเชื่อมโยงคมนาคมขนส่ง โดยมุ่งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์จากประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยการบิน ซึ่งผู้อำนวยการ CAAT แจ้งว่า CAAT พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือดังกล่าวอย่างเต็มที่
ในช่วงท้ายของการหารือ ฝ่ายไทยได้ขอรับการสนับสนุนจากติมอร์-เลสเตต่อการสมัครรับเลือกตั้งของประเทศไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO Council) โดยประเทศไทยพร้อมแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการบินพลเรือนระหว่างประเทศ สนับสนุนการพัฒนาระบบการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมความเชื่อมโยงและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิกในภูมิภาคและประชาคมโลก






