cate banner caat

CAAT นำคณะผู้แทนไทยร่วมประชุม ATWG ครั้งที่ 54 ขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการบินอาเซียน พร้อมส่งเสริมมาตรฐานและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบิน

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการขนส่งทางอากาศของอาเซียน (ASEAN Air Transport Working Group: ATWG) ครั้งที่ 54 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 5–9 ตุลาคม 2569 ณ เมืองดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการบินของภูมิภาค ทั้งการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การพัฒนากฎระเบียบ การส่งเสริมความเชื่อมโยงทางอากาศ และการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินอย่างยั่งยืน

ในการประชุมครั้งนี้ นางสาวปารมิตา อุทาสิน ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมกิจการการบินพลเรือน CAAT ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทย โดยมีผู้แทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม CAAT กรมท่าอากาศยาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมการประชุมกับผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งทางอากาศของอาเซียน ครอบคลุมการกำกับดูแลเศรษฐกิจการบิน อากาศยานไร้คนขับ การจัดการจราจรทางอากาศ และการรักษาความปลอดภัยการบิน รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านกฎระเบียบและแนวปฏิบัติระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานด้านการบินของภูมิภาคให้สอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น

ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าการเจรจาความตกลงด้านการขนส่งทางอากาศระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ตลอดจนหารือความร่วมมือภายใต้ระบบ ASEAN Foreign Operator Safety Assessment (AFOSA) และการผลักดันข้อตกลงการยอมรับร่วมกันด้านใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ในอากาศยาน (Mutual Recognition Arrangement on Flight Crew Licensing: MRA-FCL) และองค์กรซ่อมบำรุงอากาศยาน (Mutual Recognition Arrangement on Part 145 Organisations: MRA-145) เพื่อสนับสนุนการยอมรับมาตรฐานร่วมกันและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการบินในระดับภูมิภาค

ในโอกาสนี้ ประเทศไทยได้นำเสนอความคืบหน้าการดำเนินโครงการ AIRPORT EMS โดยรายงานรายชื่อท่าอากาศยานที่ได้รับการรับรองตามแนวทาง ASEAN AIRPORT EMS Certification Guidebook ซึ่งได้รับการรับรองจากที่ประชุม ATWG ครั้งที่ 53 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของท่าอากาศยานในภูมิภาคอาเซียน พร้อมทั้งแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงการประกาศใช้กฎหมายใหม่ของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานไร้คนขับ จำนวน 2 ฉบับ นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมงาน The Second Advanced Air Mobility Symposium (AAM 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ระหว่างวันที่ 1–3 ธันวาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการขนส่งทางอากาศรูปแบบใหม่ในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้เข้าร่วม ASEAN Sustainability Forum ครั้งที่ 10 ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินอย่างยั่งยืนระหว่างหน่วยงานด้านการบิน องค์กรระหว่างประเทศ สายการบิน และภาคอุตสาหกรรม โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความคืบหน้าของมาตรการชดเชยและลดการปล่อยคาร์บอนสำหรับการบินระหว่างประเทศ (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation: CORSIA) การใช้หน่วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ CORSIA (CORSIA Eligible Emissions Units: CEEUs) รวมถึงโอกาสและความท้าทายในการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภาคการบินในระยะยาว

คณะผู้แทนไทยยังได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลี (AKWG-RASA) ครั้งที่ 7 เพื่อหารือความร่วมมือด้านการบินระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐเกาหลีในฐานะประเทศคู่เจรจา ทั้งการพัฒนาความตกลงพหุภาคี การแลกเปลี่ยนนโยบายและข้อมูลอุตสาหกรรมการบิน ตลอดจนการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการขนส่งทางอากาศระหว่างสองภูมิภาค

พร้อมกันนี้ คณะผู้แทนไทยได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ Strengthening the ASAM: The Greater Connectivity Within and Beyond ซึ่งจัดโดยสมาพันธ์ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (Airports Council International: ACI) เพื่อแลกเปลี่ยนผลการศึกษาด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจของท่าอากาศยานจากการเชื่อมโยงทางอากาศ การเปิดเสรีการบิน การประสานกฎระเบียบ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการประชุม IATA Aviation Day 2026 ซึ่งจัดโดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายเกี่ยวกับความร่วมมือและนวัตกรรมที่สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาค

การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของ CAAT และประเทศไทยในการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการบินของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย การพัฒนากฎระเบียบ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการเชื่อมโยงโครงข่ายการบิน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินไทย และสนับสนุนการเติบโตของระบบการบินในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

เลือกภาษา

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล