cate banner caat

แก้ไขเพิ่มเติม-ข้อแนะนำสำหรับอากาศยานทำการบินในเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารถ่ายลำหรือเปลี่ยนลำ (Transit/Transfer Flight)

แก้ไขเพิ่มเติม-ข้อแนะนำสำหรับอากาศยานทำการบินในเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารถ่ายลำหรือเปลี่ยนลำ (Transit/Transfer Flight)

               ตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย พ.ศ. 2564 ประกาศ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 และประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยขอแจ้งให้ทราบว่า สำหรับอากาศยานทำการบินในเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีผู้โดยสารถ่ายลำหรือเปลี่ยนลำ (International Transit/ Transfer Flight) และเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีผู้โดยสารผ่านลำหรือเปลี่ยนลำไปยังจังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว (Transit/Transfer Passenger Flight to SANDBOX) ให้ยึดตามแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1. เที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีผู้โดยสารถ่ายลำหรือเปลี่ยนลำ (International Transit/Transfer Flight)

1.1 ผู้โดยสารต้นทางจะต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด –19 (Medical certificate with a laboratory result indicating that COVID – 19 is not detected) โดยวิธี RT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง หรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีน (Certificate of Vaccination) ครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด และกรมธรรม์ประกันภัย (Insurance) ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาล รวมทั้งกรณีโรคโควิด – 19 ในระหว่างอยู่ในราชอาณาจักร ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับผู้มีสัญชาติไทยไม่ใช้เอกสารกรมธรรม์ประกันภัย) โดยผู้ดำเนินการเดินอากาศจะต้องตรวจสอบเอกสารสำคัญของผู้โดยสารข้างต้น ก่อนออกบัตรโดยสาร

1.2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

  1.2.1 กำหนด Seal route โดยจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงท่าอากาศยานไม่ให้ออกนอกพื้นที่ที่กำหนดบริเวณ Concourse E ดังนี้

ก. ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศนำผู้โดยสาร สมาชิกลูกเรือ และสัมภาระไม่ลงทะเบียนออกมาจาก Gate E10 (ทั้งนี้ อากาศยานสามารถจอดหลุมจอดอากาศยานใดก็ได้โดยใช้รถสำหรับผู้โดยสาร (Ramp Bus) มายัง Gate E10 และผ่านกระบวนการตรวจค้นเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าประตูผู้โดยสารขาเข้า Gate E9 และใช้ทางเดินผู้โดยสารเพื่อไปยังอากาศยานเที่ยวบินขาออกที่หลุมจอดอากาศยานประชิดอาคาร E9 หรือลงไปขึ้นรถสำหรับผู้โดยสารเพื่อไปยังอากาศยานเที่ยวบินขาออกที่หลุดจอดอากาศยานระยะไกล (Remote Parking Stand) ณ บริเวณที่กำหนด

ข. กรณีผู้โดยสารที่ผ่านกระบวนการตรวจค้นเรียบร้อยแล้ว แต่มีความจำเป็นต้องรอความพร้อมของเที่ยวบินถัดไป ให้ผู้โดยสารพักรอที่ Holding Area Gate E9 หากจำนวนเที่ยวบินมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จะสำรองที่พักรอไว้ ณ บริเวณ Holding Area Gate E7, E5 และ E10

  1.2.2 Seal route Concourse F

ก. ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศนำผู้โดยสาร สมาชิกลูกเรือ และสัมภาระไม่ลงทะเบียนออกมาจาก Gate F6 (ทั้งนี้ อากาศยานสามารถจอดหลุมจอดอากาศยานใดก็ได้โดยใช้รถสำหรับผู้โดยสาร (Ramp Bus) มายัง Gate F6 และผ่านกระบวนการตรวจค้นเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าประตูผู้โดยสารขาเข้า Gate F5 และใช้ทางเดินผู้โดยสารเพื่อไปยังอากาศยานเที่ยวบินขาออกที่หลุมจออากาศยานประชิดอาคาร F5 หรือลงไปขึ้นรถสำหรับผู้โดยสารเพื่อไปยังอากาศยานเที่ยวบินขาออกที่หลุดจอดอากาศยานระยะไกล (Remote Parking Stand) ณ บริเวณที่กำหนด

ข. กรณีผู้โดยสารที่ผ่านกระบวนการตรวจค้นเรียบร้อยแล้ว แต่มีความจำเป็นต้องรอความพร้อมของเที่ยวบินถัดไป ให้ผู้โดยสารพักรอที่ Holding Area Gate F5 หากจำนวนเที่ยวบินมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จะสำรองที่พักรอไว้ ณ บริเวณ Holding Area Gate F3

1.3 ท่าอากาศยานดอนเมือง

         กำหนด Seal route โดยจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงท่าอากาศยานไม่ให้ออกนอกพื้นที่ บริเวณ อาคาร Pier 2 ดังนี้

ก. อากาศยานจะเข้าจอดที่ประตู 23 และ25 ผู้โดยสารจะเดินขึ้นไปชั้น 3 (ขาออก) ไปยังจุดตรวจค้นสัมภาระ (Security Check) เพื่อรับการตรวจค้นตัวและสัมภาระติดตัวบริเวณหน้าประตู 26 และทำการขึ้นเครื่องที่ประตูทางออก 26

ข. สำหรับสัมภาระลงทะเบียนจะทำการตรวจค้นที่อาคาร Pier 3 เมื่อทำการตรวจสัมภาระลงทะเบียนแล้วเสร็จ กระเป๋าจะถูกนำกลับมาโหลดขึ้นเครื่องที่จอดอยู่ประตู 26

1.4 การรอในพื้นที่ Transfer ต้องจัดระยะห่างระหว่างผู้โดยสาร และเน้นย้ำให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมถึงจัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 70%

1.5 เจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ Transfer จะต้องส่วมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ทุกครั้งกรณีมีความจำเป็นต้องให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในบริเวณที่พักคอย เจ้าหน้าที่สายการบินต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ดังนี้ หมวกคลุมผม หน้ากากอนามัย หน้ากากป้องกัน (Face Shield)หรือแว่นตา เสื้อกาวน์ครึ่งตัว ถุงมือ

1.6 หากมีความจำเป็นที่จะต้องให้บริการอาหาร เจ้าหน้าที่สายการบินจะต้องจัดอาหารและเครื่องดื่ม โดยใช้บรรจุภัณฑ์แบบปิด (sealed, pre-packaged containers) และลดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างการให้บริการให้มากที่สุด และกำหนดช่วงเวลาในการรับประทานอาหารให้เป็นเวลา

1.7 ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค (Disinfection) พื้นที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

1.8 กำหนดเวลา Transit/Transfer ไม่เกิน 12 ชม. หากเกิน 12 ชั่วโมง ด้วยเหตุผลใดๆ ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศประสานผู้ดำเนินงานสนามบิน เพื่อนำผู้โดยสารไปพักคอยในจุดที่ผู้ดำเนินงานสนามบินกำหนดไว้

1.9 ไม่มีการตรวจคัดกรองและไม่มีบริการการตรวจแล็ป COVID-19 ทางห้องปฏิบัติการ ณ จุด Transit/Transferที่ท่าอากาศยาน

1.10 กรณีตรวจพบผู้โดยสารมีอาการหรือมีไข้ ให้สายการบินที่รับขนผู้โดยสารเข้ามาเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ

1.11 หลีกเลี่ยงประเทศต้นทางที่มีความเสี่ยงสูงในการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

1.12 ผู้ดำเนินการเดินอากาศที่มีผู้โดยสารเปลี่ยนลำระหว่างกัน จะต้องเป็นการดำเนินการในลักษณะ Single PNR, Same Booking, Conjunction Ticket หรือมีข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างกันรวมไปถึงการรับส่งสัมภาระลงทะเบียนจะต้องเป็น Check Through Baggage หรือมีข้อตกลงในการส่งต่อสัมภาระระหว่างกัน กรณีที่พบว่าผู้โดยสารที่เดินทางมาเพื่อเปลี่ยนลำไม่สามารถเดินทางต่อไปกับอีกเที่ยวบินได้ ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศที่รับขนผู้โดยสารเข้ามาเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ

1.13 ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องจัดส่งแผนการทำการบิน Transit/Transfer มายังสำนักงานการบินพลเรือน   แห่งประเทศไทยและศูนย์ควบคุมปฏิบัติการเขตการบิน ทอท. ล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ก่อนทำการบิน กรณีมีการปรับแผนหรือยกเลิกการทำ International Transit/Transfer Flight ให้แจ้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและศูนย์ควบคุมปฏิบัติการเขตการบินให้ทราบต่อไปด้วย

2. เที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีผู้โดยสารถ่ายลำหรือเปลี่ยนลำไปยังจังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว (Transit/Transfer Passenger Flight to SANDBOX)

2.1 อากาศยานทำการบินในเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีผู้โดยสารถ่ายลำหรือเปลี่ยนลำไปยังจังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว (International Transit/Transfer Flight to SANDBOX) ได้เฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง

2.2 ผู้ดำเนินการเดินอากาศจะต้องตรวจสอบเอกสารสำคัญของผู้โดยสารดังต่อไปนี้ ก่อนออกบัตรโดยสาร

ก. เอกสารที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry – COE)  

ข. ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด – 19 (Medical certificate with a laboratory result indicating that COVID – 19 is not detected) โดยวิธี RT- PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

ค. กรมธรรม์ประกันภัย (Insurance) ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลหรือหลักประกันอื่นใดซึ่งรวมถึงกรณีโรคโควิด – 19 ตลอดระยะเวลาที่ผู้เดินทางอยู่ในราชอาณาจักร ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ง. เอกสารหรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีน (Certificate of Vaccination) ครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด ซึ่งเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยาหรือได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกหรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนออกเดินทาง ทั้งนี้ สำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีน และเดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ให้มีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด – 19 (Medical certificate with a laboratory result indicating that COVID – 19 is not detected) โดยวิธีRT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

จ. หลักฐานการชำระค่าที่พักและค่าตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR โดยระบุระยะเวลาการเข้าพักไม่น้อยกว่า 14 วัน ในโรงแรมหรือสถานที่พัก ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกำหนด สำหรับกรณีที่ผู้เดินทางพำนักอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลาน้อยกว่า 14 วัน ให้มีบัตรโดยสารของสายการบินที่ระบุห้วงระยะเวลาในการเดินทางออกจากราชอาณาจักร หลักฐานการชำระเงินค่าที่พัก และค่าตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR ในห้วงเวลาดังกล่าว

2.3 International Flight to SANDBOX)

ก. เที่ยวบินบินตรง (Direct Flight)

กรณีเดินทางเข้าราชอาณาจักรโดยสายการบินที่มีเที่ยวบินตรงมายัง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้และยื่นเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ รวมถึงการดำเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศและและดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากรก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

ข. เที่ยวบินที่มีผู้โดยสารถ่ายลำ (Transit Flight Same Plane)

          ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้และให้ยื่นเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ดำเนินการผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ และผ่านพิธีการศุลกากร ณ ท่าอากาศยานจุดหมายปลายทาง หรือในพื้นที่ของท่าอากาศยานจุดหมายปลายทางที่เป็นพื้นที่จังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว

     ค. เที่ยวบินที่มีผู้โดยสารเปลี่ยนลำ (Transfer Flight)

          ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้และให้ยื่นเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ รวมถึงการดำเนินผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศจุดแรกที่มีการเดินทางเข้ามาภายในราชอาณาจักร ก่อนเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานจุดหมายปลายทางที่เป็นพื้นที่จังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว และดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากร ณ ท่าอากาศยานจุดหมายปลายทาง

ทั้งนี้ การทำการบิน ตาม ข. และ ค. จะต้องไม่มีการเปิดขายบัตรโดยสารหรือรับขนผู้โดยสารภายในประเทศขึ้นไปปะปนกับผู้โดยสารที่มากับเที่ยวบินดังกล่าว

2.4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

      กำหนด Seal route โดยจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงท่าอากาศยานไม่ให้ออกนอกพื้นที่
ที่กำหนดบริเวณ Concourse E,F และ D ดังนี้

ก. ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศ นำผู้โดยสารและสัมภาระไม่ลงทะเบียนจากฝั่งผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ Concourse E และ F ที่ผ่านด่านตรวจคัดกรองแล้วมาผ่านการตรวจลงตราเข้าประเทศบริเวณจุดตรวจหนังสือเดินทางที่จัดไว้เฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีผู้โดยสารเปลี่ยนลำไปยังจังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว (Transfer Passenger Flight to SANDBOX) หลังจากนั้นผู้ดำเนินการเดินอากาศนำผู้โดยสารมาผ่านกระบวนการตรวจค้นเพื่อการรักษาความปลอดภัยที่ตั้งใน Holding Area Gate D4 และใช้ทางเดินผู้โดยสารขาออก Gate D4 เพื่อลงไปขึ้นรถสำหรับผู้โดยสารเพื่อไปยังอากาศยานเที่ยวบินขาออกที่หลุมจอดอากาศยานระยะไกล (Remote Parking Stand) ณ บริเวณที่กำหนด

ข. กรณีผู้โดยสารที่ผ่านกระบวนการตรวจค้นเรียบร้อยแล้ว แต่มีความจำเป็นต้องรอความพร้อมของเที่ยวบินถัดไป ให้ผู้โดยสารพักรอที่ Holding Area Gate D4

2.5 ท่าอากาศยานดอนเมือง

     กำหนด Seal route โดยจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงท่าอากาศยานไม่ให้ออกนอกพื้นที่ที่กำหนดบริเวณ อาคาร Pier 3 ดังนี้

ก.  อากาศยานจะเข้าจอดที่ประตู 31 และ 33 ผู้โดยสารออกจากเครื่องเดินตามแนวทางเดินผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 เพื่อผ่านกระบวนการของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กรอกแบบฟอร์ม ต.8 (T8 Form) ผ่านแอปพลิเคชันที่ราชการกำหนด และแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้อง จากนั้นผู้โดยสารจะเข้ารับการตรวจบัตรโดยสารจากเจ้าหน้าที่สายการบิน ผ่านการประทับตราอนุญาตเข้าเมืองในหนังสือเดินทางโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และไปยังจุดตรวจค้นสัมภาระ (Security Check) เพื่อรับการตรวจค้นตัวและสัมภาระติดตัวบริเวณ ชั้น 2 และขึ้นบันไดเลื่อนไปห้องโถงผู้โดยสารขาออกภายในประเทศชั้น 3 เพื่อไปยังประตูทางออกขึ้นเครื่องหมายเลข 32 และ 34

ข.  สำหรับสัมภาระลงทะเบียนจะทำการตรวจค้นที่อาคาร Pier 3 เมื่อทำการตรวจสัมภาระลงทะเบียนแล้วเสร็จ จะถูกนำกลับมาโหลดขึ้นเครื่องที่จอดอยู่ประตู 32 และ 34

2.6 การรอในพื้นที่ Transfer ต้องจัดระยะห่างระหว่างผู้โดยสาร และเน้นย้ำให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมถึงจัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 70%

2.7 เจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ Transfer จะต้องส่วมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE)ทุกครั้งกรณีมีความจำเป็นต้องให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในบริเวณที่พักคอย เจ้าหน้าที่สายการบินต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ดังนี้ หมวกคลุมผม หน้ากากอนามัย หน้ากากป้องกัน (Face Shield)หรือแว่นตา เสื้อกาวน์ครึ่งตัว ถุงมือ

2.8 ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค (Disinfection) พื้นที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

2.9 กำหนดเวลา Transfer Flight to SANDBOX ไม่ต่ำกว่า 3 ชม.

2.10 กรณีตรวจพบผู้โดยสารมีอาการหรือมีไข้ ให้สายการบินที่รับขนผู้โดยสารเข้ามาเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ

2.11 หลีกเลี่ยงประเทศต้นทางที่มีความเสี่ยงสูงในการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

2.12 ผู้ดำเนินการเดินอากาศที่มีผู้โดยสารเปลี่ยนลำระหว่างกัน จะต้องเป็นการดำเนินการในลักษณะ Single PNR, Same Booking, Conjunction Ticket หรือมีข้อตกลงล่วงหน้าระหว่างกัน รวมไปถึงการรับส่งสัมภาระลงทะเบียนจะต้องเป็น Check Through Baggage หรือมีข้อตกลงในการส่งต่อสัมภาระระหว่างกัน กรณีที่พบว่าผู้โดยสารที่เดินทางมาเพื่อเปลี่ยนลำไม่สามารถเดินทางต่อไปกับอีกเที่ยวบินได้ ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศที่รับขนผู้โดยสารเข้ามาเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ

2.13 ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องจัดส่งแผนการทำการบิน Transit/Transfer มายังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และศูนย์ควบคุมปฏิบัติการเขตการบิน ทอท. ล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ก่อนทำการบิน กรณีมีการปรับแผนหรือยกเลิกการทำ Transit/Transfer Flight to SANDBOX ให้แจ้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และศูนย์ควบคุมปฏิบัติการเขตการบินให้ทราบต่อไปด้วย

แก้ไขเพิ่มเติมข้อเเนะนำ Transit-Transfer สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
ข้อเเนะนำสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศไปจังหวัดนำร่องฯ sandbox

เอกสารแนบ

แก้ไขเพิ่มเติมข้อเเนะนำ-Transit-Transfer-สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศฉับบเต็ม
วันที่อัปเดตข้อมูล:
จำนวนที่ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
ขนาดไฟล์: 400 KB
แก้ไขเพิ่มเติมข้อเเนะนำ-Transit-Transfer-สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ-Fact-sheet
วันที่อัปเดตข้อมูล:
จำนวนที่ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
ขนาดไฟล์: 26 MB
ข้อเเนะนำสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศไปจังหวัดนำร่องฯ-sandbox
วันที่อัปเดตข้อมูล:
จำนวนที่ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
ขนาดไฟล์: 20 MB

เลือกภาษา

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล