cate banner caat

CAAT News 2/2563 : CAAT เข้าพบ รมว. คมนาคม รายงานผลการตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัย (USAP-CMA) จาก ICAO

วันที่10 มีนาคม 2563  ณ ห้องประชุม1 กระทรวงคมนาคม นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) พร้อมด้วยฝ่ายมาตรฐานรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกในการบินพลเรือน ได้เข้ารายงานความคืบหน้าต่อ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องผลการตรวจสอบมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยภายใต้โครงการ Universal Security Audit  Programme – Continuous Monitoring Approach (USAP – CMA) ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization หรือ ICAO) ได้เข้ามาตรวจสอบตรวจสอบประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 11 – 21 กุมภาพันธ์ 2563  โดยมีผลสรุปดังนี้

1. การตรวจสอบ USAP – CMA เป็นการตรวจสอบมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของประเทศทั้งระบบ เพื่อประเมินว่ามาตรการในการกำกับดูแลของไทยเป็นไปตามมาตรฐานตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก 17 และภาคผนวก 9 ของอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ เพียงใด

2. ขอบเขตการตรวจสอบครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

                                2.1 กรอบการกำกับดูแลและระบบการรักษาความปลอดภัยของประเทศ (Regulatory framework and the national civil aviation: LEG)

                                2.2 การฝึกอบรมบุคลากร (Training of aviation security personnel: TRG)

                                2.3 การควบคุมคุณภาพ (Quality Control Functions: QCF)

                                2.4 การดำเนินงานในสนามบิน (Airport operations: OPS)

                                2.5 การรักษาความปลอดภัยอากาศยานและระหว่างทำการบิน (Aircraft and in-flight security: IFS)

                                2.6 การรักษาความปลอดภัยผู้โดยสารและสัมภาระ (Passenger and baggage Security: PAX)

                                2.7 การรักษาความปลอดภัยสินค้า ครัวการบิน และไปรษณียภัณฑ์ (Cargo, Catering and mail security: CGO)

                                2.8 การตอบสนองต่อการกระทำอันเป็นการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย (Response to acts of unlawful interference: AUI)

                                2.9 การรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการบินพลเรือน (Security aspects of facilitation: FAL)

3. คณะผู้ตรวจสอบ ICAO เข้าดำเนินการตรวจสอบในระหว่างวันที่ 11 – 21 กุมภาพันธ์ 2563 โดยได้ทำการตรวจสอบที่ CAAT ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบระดับประเทศ และ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานภูเก็ต โดยเป็นการตรวจสอบกฎระเบียบ การดำเนินงาน กิจกรรมการควบคุมคุณภาพทั้งในระดับชาติและระดับสนามบิน โดยใช้วิธีการสังเกตการณ์ รวมถึงสัมภาษณ์พนักงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 4. คณะผู้ตรวจสอบ ICAO แสดงความพึงพอใจในภาพรวมของไทย ดังนี้

                                4.1 การมีพระราชบัญญัติการเดินอากาศฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับ Annex 17 และ Annex 9 และให้อำนาจ CAAT ในการกำกับดูแลด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือน ทั้งระบบ รวมทั้งการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย การกำหนดวัตถุประสงค์หลัก (Primary Objective) ไว้ในกฎหมาย และการกำหนดหมวดการกำกับดูแลด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนไว้เป็นพิเศษใน พ.ร.บ.

                                4.2 การแก้ไขแผนรักษาความปลอดภัยในการบินพลเรือนแห่งชาติ (NCASP) ตาม Amendment 16 ของ Annex 17 การจัดประชุมคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติตามหลักเกณฑ์ขั้นต่ำของ NCASP รวมถึงการบันทึกรายงานการประชุมอย่างครบถ้วน

                                4.3 การดำเนินการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) อย่างสม่ำเสมอ และมีหลักฐานที่ใช้ในการประเมินความเสี่ยงอย่างชัดเจน การมี Standard Operating Procedure ในการเผยแพร่ข้อมูลภัยคุกคาม และคู่มือ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

                                4.4 มีการทำกิจกรรมควบคุมคุณภาพที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

5. คณะผู้ตรวจสอบ ICAO ไม่พบข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อการรักษาความปลอดภัย และได้แจ้งข้อบกพร่องและข้อสังเกตต่าง ๆ อย่างไม่เป็นทางการรวม 44 ประเด็น ข้อบกพร่องส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมควบคุมคุณภาพที่ยังดำเนินการไม่ครอบคลุมทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการขนส่งสินค้า (Cargo) และบริการครัวการบิน (Catering) การปฏิบัติการของสนามบิน การเพิ่มบุคลากรด้านการรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมกับปริมาณของ      สายการบิน สนามบิน และกิจกรรมที่จำเป็นสำหรับการกำกับดูแล

6. จากการตรวจสอบครั้งล่าสุดเมื่อปี 2560 จากรายการคำถาม (PQ) ทั้งหมด 480 ข้อ พบข้อบกพร่อง 49 ข้อ ระดับประสิทธิผลของการนำมาตรฐาน ICAO มาบังคับใช้ในประเทศ (Effective Implementation) ของประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 55.78 ในการตรวจสอบครั้งนี้ มีรายการคำถามทั้งหมด 497 ข้อ พบข้อบกพร่อง 44 ข้อ ดังนั้น ระดับประสิทธิผลของการนำมาตรฐาน ICAO มาบังคับใช้ในประเทศ (Effective Implementation) ของประเทศไทยในปี 2563 จึงมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นกว่าปี 2560 

7. ICAO จะรายงานผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการให้ประเทศไทยทราบภายใน 60 วันหลังจากการดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้น (21 กุมภาพันธ์ 2563) หากประเทศไทยมีความเห็นต่างหรือข้อคิดเห็นเพิ่มเติม สามารถแจ้ง ICAO ภายใน 30 วัน หลังจากที่ได้รับรายงาน ทั้งนี้ ต้องจัดทำแผนแก้ไขข้อบกพร่องภายใน 60 วัน หลังจากที่ได้รับรายงานจาก ICAO

IMG 9943 1
IMG 9960 1
IMG 9965 1
IMG 9979 1

เอกสารแนบ

CAATNews_2-63_USAP
วันที่อัปเดตข้อมูล:
จำนวนที่ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
ขนาดไฟล์: 188 KB

เลือกภาษา

ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล